Sunday, March 6, 2016

พ่อปล่อยลูกสาวจมน้ำตาย ห้ามไม่ให้คนลงไปช่วย โดยอ้างเหตุผลนี้..!?

มิร์เรอร์ – สื่ออังกฤษรายงานเหตุการณ์อันน่าสลด คุณพ่อรายหนึ่งห้ามเจ้าหน้าที่ชายฝั่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เข้าช่วยเหลือลูกสาวที่กำลังจมน้ำ เพราะเขาเลือกปล่อยให้เธอตายมากกว่าจะยอมให้ลูกสาวถูกชายแปลกหน้าแตะเนื้อต้องตัว
เดอะมิรเรอร์รายงานว่า หญิงสาววัย 20 ปี จมน้ำบริเวณนอกชายฝั่งนครดูไบ ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แต่ขณะที่ยามชายฝั่งพยายามเข้าช่วยเหลือเธอ คนเป็นพ่อกลับคว้าตัวเจ้าหน้าที่เอาไว้ เนื่องด้วยไม่ต้องการให้คนเหล่านั้นสัมผัสตัวหญิงสาว และระหว่างที่ถูกกีดขวาง อีกด้านหนึ่งหญิงสาวก็ค่อยๆ จมน้ำหายไปต่อหน้าต่อตาผู้คน
Emirates 24/7 สื่อมวลชนท้องถิ่นอ้างคำสัมภาษณ์ของพันตำรวจโทอาเหม็ด เบอร์กีบาร์ จากตำรวจดูไบ บอกว่า “พ่อชาวเอเชียพาภรรยาและลูกๆมาพักผ่อนเล่นสนุกที่ชาดหาด แต่ระหว่างที่เด็กๆกำลังเล่นน้ำอยู่ ปรากฏว่าลูกสาววัย 20 ปีเริ่มจมน้ำและตะโกนขอความช่วยเหลือ”
2
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา
1
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา
“ตอนนั้นมีหน่วยกู้ภัย 2 คนประจำอยู่ที่ชายหาด และพวกเขารุดเข้าไปช่วยเด็กหญิง อย่างไรก็ตาม มีอุปสรรคหนึ่งที่ขัดขวางพวกเขาไม่ให้เข้าไปช่วยเหลือเธอ อุปสรรคนั้นคือความเชื่อของชายชาวเอเชียคนนั้นที่มองว่าหากชายใดสัมผัสกับลูกสาวของเขา มันจะทำให้เธอเสื่อมเสียเกียรติ และทำให้เขาต้องชดใช้ด้วยชีวิตลูกสาวตัวเอง” พ.ท.เบอร์กีบาร์กล่าว
พ.ท.เบอร์กีบาร์บอกต่อว่า “พ่อเป็นคนตัวสูงและแข็งแรง เขาเริ่มคว้าและขัดขวางหน่วยกู้ภัย และใช้ความรุนแรงกับพวกเขา เขาบอกกับเหล่าเจ้าหน้าที่ว่า ขอเลือกให้ลูกสาวตายดีกว่าจะปล่อยให้เธอถูกแตะเนื้อต้องตัวโดยชายแปลกหน้า เคราะห์ร้ายที่เธอต้องมาตายทั้งที่มีโอกาสรอดชีวิต”
ผลจากเหตุสลดครั้งนี้ ทำให้ผู้เป็นพ่อถูกจับกุมและต้องเผชิญกับข้อหาทางอาญาหลายกระทง “เขาถูกฟ้องร้องดำเนินคดีโดยเหล่าเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง” พ.ต.ท.เบอร์กีบาร์เผย

“เอาข้าวเปล่าราดแกง” ให้เด็กหนุ่มจนเรียนจบ ผ่านไป 20 ปี พอรู้ว่าที่แท้เขาเป็นใคร?

ค่ำวันหนึ่งเมื่อ 20 ปีที่แล้ว มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งลักษณะเหมือนนักศึกษากำลังลังเลอยู่หน้าร้านบุฟเฟต์แห่งหนึ่ง เมื่อลูกค้าเริ่มออกจากร้านแล้วเขาจึงเดินเข้าร้านมาด้วยอาการเขินอายและพูดว่า “ขอข้าวเปล่าถ้วยหนึ่ง ขอบคุณครับ” เด็กหนุ่มพูดพร้อมกับก้มหน้า
ร้านบุฟเฟต์แห่งนี้เพิ่งเปิดใหม่ เมื่อเจ้าของร้านเห็นเด็กหนุ่มไม่เอากับข้าวก็รู้สึกสงสารแต่ก็ไม่ได้ถามอะไร เขารีบตักข้าวพูนถ้วยส่งให้กับเด็กหนุ่มคนนั้น
เด็กหนุ่มจ่ายเงินพร้อมกับพูดด้วยเสียงแผ่วเบาว่า “ผมขอน้ำแกงราดบนข้าวสักหน่อยได้ไหมครับ?”
“ตามสบายเลยค่ะ ไม่คิดตังค์” เจ้าของร้านพูด
เมื่อเขากินไปได้ครึ่งถ้วยก็สั่งอีกถ้วยหนึ่ง “ไม่อิ่มใช่ไหม? ถ้วยนี้เดี๋ยวผมตักให้คุณมากหน่อย” เจ้าของที่เป็นผู้ชายพูดด้วยความเอาใจใส่
เด็กหนุ่มตอบว่า “ไม่ใช่ครับ ผมจะเอาใส่กล่อง พรุ่งนี้ผมจะเอาไปกินที่มหาลัยนะครับ”
เมื่อเจ้าของร้านได้ยินดังนี้จึงรู้ว่าเด็กหนุ่มคนนี้คงมาจากต่างจังหวัด ฐานะที่บ้านคงไม่สู้จะดีนัก เขาคงมาเรียนที่นี่คนเดียว ดูก็รู้ว่าเด็กคนนี้คงจะลำบากอยู่ไม่น้อย เขาจึงตักโร่วจ้าว (เนื้อเคี่ยวซอสสำหรับราดบนข้าว) ใส่ไว้ที่ชั้นล่างสุดของกล่องข้าว จากนั้นก็เอาไข่ตุ๋นใส่ไปหนึ่งฟอง จากนั้นจึงตักข้าวอัดไปเต็มกล่องมองดูแล้วเหมือนไม่มีอะไรอยู่ในกล่องข้าวนอกเสียจากข้าวเปล่า
เมื่อภรรยาของเขาเห็นก็ไม่เข้าใจว่าทำไมไม่ราดโร่วจ้าวไว้บนข้าว จะใส่ไว้ใต้ข้าวทำไม ?
เขาจึงกระซิบบอกภรรยาว่า “เด็กผู้ชายรักศักดิ์ศรี หากเขาเห็นว่าบนข้าวมีโร่วจ้าวเขาอาจคิดว่าเราทำทานแก่เขา หากเป็นอย่างนี้ คราวหน้าเขาจะไม่กล้ามาอีก ถ้าเขาไปกินร้านอื่นก็ได้กินแต่ข้าวเปล่า แล้วจะเอาแรงที่ไหนไปเรียนหนังสือ!”
21
เมื่อเด็กหนุ่มถือข้าวกล่องที่ดูหนักกว่าข้าวเปล่าออกจากร้านไปก็หันมายิ้มให้เจ้าของร้านทั้งสอง “สู้ๆนะ พรุ่งนี้พบกันใหม่” เจ้าของร้านพูดและโบกมือให้กับเด็กหนุ่มคนนั้น ในคำพูดประโยคนั้นของเขาแฝงด้วยคำเชิญให้เด็กหนุ่มมากินข้าวที่นี่ใหม่ในวันพรุ่งนี้
เด็กหนุ่มน้ำตาคลอ ไม่กล้าหันไปมองเจ้าของร้าน กลัวว่าน้ำตาจะร่วงให้เขาทั้งสองเห็นและจากนั้นเป็นต้นมา นอกจากว่าจะเป็นช่วงปิดเทอม เมื่อถึงเวลาพลบค่ำของทุกวัน เด็กหนุ่มก็จะมากินข้าวที่ร้าน เขาสั่งข้าวเปล่าหนึ่งถ้วยและข้าวเปล่าหนึ่งกล่องเอากลับบ้าน และใต้กล่องข้าวก็จะมีอาหารที่แตกต่างกันไปในแต่ละวัน จนเด็กหนุ่มเรียนจบปริญญาตรี ผ่านมาได้ 20 ปีแล้ว ที่ร้านบุฟเฟต์แห่งนี้ไม่ได้ต้อนรับลูกค้าคนพิเศษคนนี้อีกเลย
23
แล้วอยู่ๆ ทางการก็ส่งจดหมายมาบอกว่าจะทำการเวนคืนที่ดิน และร้านของเขาก็เป็นหนึ่งในนั้น สองสามีภรรยาตอนนี้อายุใกล้จะ 50 ปีแล้ว เมื่อรู้ข่าวนี้ต่างก็กลัดกลุ้มใจ ชีวิตต่อไปข้างหน้าจะทำอย่างไร จะเอาอะไรมาหากิน ต่างก็กอดกันร้องไห้ไม่รู้จะจัดการกับชีวิตอย่างไรดี
ข้าวแกง และในเช้าวันหนึ่ง มีชายคนหนึ่งแต่งกายภูมิฐานและดูดีเข้ามาหาสองสามีภรรยา “สวัสดีครับคุณทั้งสอง ผมเป็นรองผู้จัดการบริษัท… ผู้จัดการใหญ่ของเราต้องการให้คุณเข้าไปทำร้านอาหารบุฟเฟต์ในบริษัทของเราที่กำลังจะทำการเปิดใหม่ในเร็วๆ นี้ เรื่องค่าใช้จ่ายไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งและอุปกรณ์ต่างๆ ค่าวัสดุในการทำอาหารทางเราจะเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด ขอเพียงคุณจัดหากุ๊กปรุงอาหารและบริหารงานก็พอ ส่วนกำไรแบ่งครึ่งกับบริษัทของเรา”
“ผู้จัดการใหญ่ของบริษัทเป็นใครกัน? ทำไมเขาถึงดีกับเราอย่างนี้?” สองสามีภรรยาต่างทำหน้างงๆ
“คุณทั้งสองเป็นผู้มีพระคุณของผู้จัดการใหญ่ของเรา ท่านบอกว่าท่านชอบกินไข่ตุ๋นและโร่วจ้าวของร้านคุณมาก รายละเอียดผมทราบเพียงแค่นี้ ที่เหลือคุณคงจะทราบได้เองเมื่อได้เจอกับผู้จัดการใหญ่ของเรา”
เมื่อสองสามีภรรยาเดินทางไปถึงบริษัทพวกเขาจึงได้รู้ว่าผู้จัดการใหญ่ของบริษัทนี้ก็คือเด็กหนุ่มที่มากินข้าวเปล่ายามพลบค่ำทุกวันนั่นเอง หลังจากจบจากมหาวิทยาลัยเขาก็มุมานะสร้างเนื้อสร้างตัวจนสามารถเปิดบริษัทแห่งนี้ได้ เขาสำนึกบุญคุณข้าวเปล่าที่สองสามีภรรยาให้เขากินตลอดเวลาที่เรียนมหาวิทยาลัยและตอนนี้เขาได้กลับมาขอบคุณและช่วยสองสามีภรรยาหัวใจที่บุญคุณและการให้เป็นสิ่งที่มีค่ามากที่สุด

คนไปซื้อทอง ที่ อุทัยธานี แทบช๊อกเจอหน้าแม่ค้าขายทอง!!

คนไปซื้อทองที่จังหวัดอุทัยแทบช๊อกเจอหน้าแม่ค้าขายทองลงกราบแทบไม่ทัน  สมเด็จพระเทพได้ทรงเยี่ยมประชาชนในจังหวัดอุทัยธานี เลยช่วยขายทองให้กับเจ้าของร้านทอง
g19a

จากปากคุณป้า เจ้าของมะพร้าว 3 ลูก จนต้องติดกล้อง เมียยอมรับอยากกินมะพร้าวจริง!

จากกรณีที่ตำรวจจับกุมนายนฤเบศ เพชรชุมพล อายุ 25 ปี ชาวต.นาโพธิ์ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช แอบเข้าไปขโมยมะพร้าวนางอารีย์ วงศ์ตระกูล อายุ 67 ปี บ้านอยู่ ม.5 ต.นาโพธิ์ อ.ทุ่งสง เพื่อนำมาให้นางจันจิรา รักการ ภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์ก่อนถูกจับกุม และมีข่าวเรียกค่าเสียหาย 5 หมื่น จนกลายเป็นข่าวที่สังคมให้ความสนใจอย่างกว้างขวางนั้น
3
ล่าสุดเมื่อวันที่ 6 มี.ค. นางอารีย์ วงศ์ตระกูล ผู้เสียหาย ซึ่งได้นำเจ้าหน้าที่และผู้สื่อข่าวเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุซึ่งมีทั้งบริเวณที่ต้นมะพร้าว ต้นมะนาว และทางที่ผู้ก่อเหตุปีนเข้ามาโจรกรรมมะพร้าว และยืนยันว่าต้องการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาให้ถึงที่สุด เนื่องจากเป็นการก่อเหตุแล้วหลายครั้ง ซ้ำซากจนกระทั่งมาจับได้ และเห็นว่าสังคมไม่ให้ความเป็นธรรม เนื่องจากการโจรกรรมนั้นเป็นการกระทำผิดสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่นจึงต้องรับโทษ
45e03ea87644eecee
นางอารีย์กล่าวว่า ตนอยู่บ้านตามลำพัง ซึ่งในความเป็นจริงตนถูกกระทำ มีโจรเข้ามาขโมยทุกอย่างภายในบ้านนับ 10 ครั้ง และมีข่าวเขียนมาโจมตีทั้งๆ ที่ไม่มีข้อเท็จจริง จนถูกสังคมออนไลน์โจมตีและได้รับความเสียหาย กลายเป็นเหยื่อสังคมออนไลน์ไปโดยไร้ข้อเท็จจริง จึงขอฝากให้ผู้ที่ด่าตนรับรู้ไว้ว่าโจรรายนี้เข้ามาโจรกรรมทรัพย์สินในบ้านครั้งแล้วครั้งเล่า จับไม่ได้สักครั้ง จึงต้องปิดกล้องวงจรปิดถึงจับกุมได้ในที่สุด และขอความเป็นธรรมด้วย เงินค่าติดกล้องวงจรปิดก็ยังไม่ได้จ่ายเลย
“วันแรกเขามาขโมยมะพร้าว ลูกเหรียง มะนาว ลูกสละ เอาไป 2 กระสอบปุ๋ย วันที่ 2 ก็มาขโมยอีก ป้าไปบอกผู้ใหญ่บ้านแต่ก็จับไม่ได้ วันที่ 3 ไม่มา แต่จากนั้นมาขโมยอีก 3 วันซ้อน ป้าต้องไปซื้อกล้องวงจรปิดมาติดที่บ้าน ทุกวันนี้ยังไม่ได้จ่ายเงินเขาเลย ทุกวันนี้ป้าอยู่ตัวคนเดียว สามีก็ไม่มี แถมยังโดนมันมาขโมยผลไม้นับสิบครั้ง”ป้าอารีย์กล่าว
6ff50fc8c44827135e28f2bb4cc5357b4c2b
ส่วนที่บ้านพักไม่มีเลขที่ ม.5 ต.นาโพธิ์ อ.ทุ่งสง มีนางจันจิรา รักการ อายุ 23 ปีภรรยาของนายนฤเบศที่ตั้งครรภ์อาศัยอยู่ ยืนยันว่าเข้าไปขโมยมะพร้าว 4 ผล ไม่ใช่ 3 ผล ก่อนขโมยตนได้บ่นให้สามีฟังว่าอยากกินมะพร้าวอ่อน นายนฤเบศจึงไปเอาให้ ส่วนพัดลมที่ถูกระบุว่าขโมยมานั้นเป็นซากพัดลมที่ถูกทิ้งไว้ หวังว่าจะนำมาซ่อมใช้งาน แต่ปรากฏว่าซ่อมไม่ได้แล้ว และรับว่านายนฤเบศเคยต้องคดีเสพยาเสพติด ต้องโทษให้เข้ารับการบำบัดเพิ่งพ้นโทษมาได้แค่ 1 เดือนเท่านั้น
101722hkvcz0klp650cc1h
ขณะที่การดำเนินคดีนั้นพนักงานสอบสวน สภ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ได้นำตัวนายนฤเบศไปฝากขังยังศาลจังหวัดทุ่งสง เนื่องจากไม่ได้มีการประกันตัว และหลังจากนี้ต้องรอพนักงานสอบสวนสรุปสำนวนเพื่อส่งฟ้องกับพนักงานอัยการไปตามขั้นตอนต่อไป ซึ่งเป็นคดีอาญาที่ไม่มีความซับซ้อน

Saturday, March 5, 2016

ช็อกทั้งวงการ!ใหม่ ดาวิกา ประกาศเก็บเงินเตรียมขอคู่จิ้น ใบเฟิร์น แต่งงาน!! งานนี้ทำเอาอึ้งทั้งวงการบันเทิง..

อะไรยังไงหลังมีภาพหอมแก้มกันบนเวทีคอนเสิร์ต สาวใหม่ก็ประกาศว่าจะเก็บเงินมาแต่งงานกับ คู่จิ้นอย่าง ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก พร้อมกับเคลียร์เรื่องราวยืนยันชัดเจนว่าไม่มีปัญหากับ ชมพู่ อารยา แน่นอน ขอยึดคำตอบของรุ่นพี่เป็นหลักว่าไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน แต่ก้ไม่ได้มีการโทรคุยเพื่อเคลียร์กับสาวชมพู่
;ijk
0op'
01

เมื่อ “เก่ง ลายพราง” ได้เห็น “น้องเนย” ในลุคใหม่ถึงกับอ้าปากค้าง และยังบอกอีกว่ากลับบ้านไปจะทำแบบนี้!

ล่าสุดสาวน้อยหรือน้องเนยนั่นเองได้โพสรูปตัวเองที่กำลังเข้าร้านเสริมสวย เปลี่ยนลุคโฉมใหม่ กลายเป็น ผมสีทองสุดแซ่บในตอนนี้ ตอนนี้ผมของเธอก็เสร็จแล้วบอกเลยสวยขึ้นเยอะ ที่สำคัญตอนนี้ เก่ง ลายพราง ที่ไปทัวร์คอนเสิร์ตต่างจังหวัดหลายวัน พอได้เห็นหน้าน้องเนยที่มาพร้อมกับลุคใหม่เท่านั้นแหละ ถึงกับอ้าปากค้างกันเรยทีเดียว แถมยังแซวอีกว่าคิดว่าได้เมียใหม่ซะแล้ว และยังพูดจาชวนคิดอีกว่า ถ้ากลับไปให้ น้องเนย อาบน้ำให้หอม ๆ เดี๋ยวพี่จะพาไปดูปะการัง ปะการังคืออะไร? งานนี้เค้ารู้กันสองคนนะจ๊ะ
15
12
13
14
15

Friday, March 4, 2016

อุต๊ะ!! เมื่อชมพู่ ไหว้ แต่เจนี่ กลับทำแบบนี้.!!

อุต๊ะ อะไรยังไงกันจ๊ะเนี่ยกับข่าวเม้าท์ว่า “เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ” และสาว “ชมพู่ อารยา” เนี่ยกินเกาเหลากัน และงานนี้ที่ทั้งคู่ต้องออกรายการ 3แซ่บ ด้วยกันจนมีหลายคนจับผิดต่างๆนาๆ โดยล่าสุดทางเพจ “ใต้เตียงดารา” นำ gif. มาโพสถึงตอนที่ชมพู่ยกมือไหว้แขกรับเชิญ แล้วเจนี่ทำหน้าแบบนี้ ไม่รู้ว่าตัดต่อหรืออะไร แต่ก็แบบว่าดูกันพอขำๆเนอะ ไม่มีไรหรอกจริงม่ะ
ijk
1071371
1071373
1071374
1071375












1071376 1071377
1071378 1071379